1 ล้านเหรียญแรก ของ ชาลี มังเกอร์

หากพูดถึงคู่หูของนักลงทุนระดับโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ แล้วคงจะเป็นใครไปไม่ได้เค้าคนนั้นคือ ชาลี มังเกอร์

รู้หรือไม่ว่า ปู่ชาลี มังเกอร์ นั้นไม่ได้มีเงิน 1 ล้านเหรียญแรกจากตลาดหุ้น ถึงแม้ว่าปัจจุบัน ปู่ชาลีจะร่ำรวย มีเงินเหลือใช้จากตลาดหุ้นและการลงทุน แต่จุดเริ่มของความมั่งคั่งของปู่ชาลี มาจากการทำธุรกิจอสังหาทรัพย์ ซึ่งปู่ชาลี ต้องทำงานหนัก แต่ใช้เงินกู้จากธนาคารในการดำเนินธุรกิจอสังหา

ใครที่คิดจะร่ำรวยจากการลงทุนต้องเข้าใจความเป็นจริงที่ว่า เงินต้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ เรียกได้ว่าต้องมีปริมาณที่ ไม่น้อยจนเกินไป แต่ไม่จำเป็นต้องมากจนเกินไป ต้องมีสัดส่วนเงินต้นที่พอเหมาะให้มีแรงทบต้นของกำไรได้ ถึงจะเห็นผล ซึ่งการได้มากซึ่งเงินต้นในการลงทุนนั้นก็ แบ่งได้เป็น 2 แนวทางคือ 1.อดออม หรือไม่ก็ 2.หารายได้เพิ่ม

ซึ่งในตอนช่วงเริ่มต้นของปู่ชาลี นั้นด้วยความที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ทำให้ต้องขยันหางานทำ ซึ่งอาชีพหลักคือการเป็นทนายความ แต่แล้วมีโอกาสได้เข้าไปสู่วงการอสังหา เมื่อลูกค้าของลุงชาลีที่มีชื่อว่า โอดิส บูธ ซึ่งภายหลังได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน โดย บูธ มีปัญหาในการจัดการทรัพย์สิน มรดก ซึ่งปู่ชาลี ได้แนะนำว่าให้ซื้อบ้านที่รอบๆบริเวณนั้นแล้วทุบทิ้งซะ เพื่อพัฒนาเป็น อพาร์ทเม้นท์ที่พัก แต่แล้ว บูธ ก็บอกกับ ชาลีว่า ถ้าเห็นว่าแผนนี้จะเป็นไปด้วยดีทำไม ไม่เอาเงินมาลงทุนด้วยละ ปู่ชาลีจึงได้นำเงินมาลงทุนด้วยเป็นจุดเริ่มต้นในวงการอสังหาฯ และแล้วหลังจากทำโครงการนี้เสร็จ ก็สามารถทำกำไร จนเอาไปพัฒนาโครงการอสังหาฯ อีกหลายโครงการ ทำให้สามารถมีเงินต้นสะสมจนครบ 1 ล้านเหรียญแรก แต่ด้วยความที่ธุรกิจอสังหานั้นมีการใช้เงินลงทุนที่สูง ยิ่งมีโครงการขนาดใหญ่ขึ้น หรือจำนวนโครงการมากขึ้นก็ทำให้ต้องใช้เงินทุนมากขึ้น และกู้มากขึ้นอีกด้วย และยังมีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ปู่รู้ซึ้งถึงการใช้ leverage หรือ margin เพราะต้องใช้เงินกู้ในการเริ่มต้นและดำเนินกิจการ ด้วยเหตุนี้ปู่จึง เลิกทำธุรกิจอสังหา หลังจากที่ได้เงินเก็บมากพอ จนไปเป็นจุดเริ่มต้นเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นและ มีโอกาสได้พบกับปู่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ จนกลายมาเป็นตำนานแห่ง Berkshire Hathaway ในปัจจุบันนั้นเอง

ซึ่งจากเรื่องราว 1 ล้านเหรียญแรกของปู่ชาลีนั้นทำให้เห็นว่า หากใครต้องการจะร่ำรวยจากตลาดหุ้นหรือตลาดทุนแล้วละก็ต้องยอมรับ 1 ปัจจัยสำคัญก็คือเงินต้นที่มีสัดส่วนพอดี ที่เริ่มมาจากการอดออม และหารายได้เพิ่มซะก่อน น้อยคนหนักที่จะเริ่มต้นจากเงินต้นที่น้อยมากๆ ถามว่ามีรึเปล่านักลงทุนที่สร้างตัวจากเงินน้อย คำตอบคือมี แต่ คนเหล่านั้นแบ่งออกเป็น 2 พวกคือ 1.ฝีมือการลงทุนเก่ง + ได้เงินทุนจากคนรอบข้างเป็นเงินตั้งต้น 2. ฝีมือการลงทุนเก่ง + ใช้ margin และรู้วิธีใช้มัน ซึ่งทั้ง 2 พวกนี้จะต้องมีฝีมือที่เก่ง แล้วคุณละมั่นใจได้แค่ไหนว่า คุณฝีมือในการลงทุนเก่งแค่ไหน หรือ ฝีมืออยู่แค่ระดับค่าเฉลี่ยของตลาด ทำให้ต้องคิดให้ดีเสมอก่อนจะใช้ margin

ขอขอบคุณ หนังสือ โคตรคน ชาร์ลี มังเกอร์ : Damn Right!

Leave a Reply

Your email address will not be published.