แร่ไพไรต์ หรือ ข้าวตอกพระร่วง

หลังจากที่ผมเห็นข่าวว่าชาวบ้านที่สุโขทัยดีใจพบ ข้าวตอกพระร่วงจำนวนมาก ด้วยความสงสัยจึงเกิดคำถามว่า ข้าวตอกพระร่วงคืออะไรมีตำนานเป็นมายังไง ย้อนกลับไปตำนานพระร่วงตั้งแต่สมัยเรื่องเล่าโบราณว่าด้วยการก่อตั้งสุโขทัยสมัยแรกเริ่มที่มีตำนานพระร่วง เกิดจาก “พระร่วงวาจาสิทธิ์” เมื่อครั้งออกผนวชที่วัดเขาพระบาทใหญ่ ได้ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว ข้าวที่เหลือก้นบาตรท่านได้โปรยลงที่ลานวัด และอธิษฐานว่าให้ข้าวตอกดอกไม้นี้กลายเป็นหิน มีอายุยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลาน ชาวบ้านเชื่อว่าใครมีไว้บูชาจะเจริญ ค้าขายขึ้น และอยู่ดีมีสุข

ซึ่งเจ้าข้าวตอกพระร่วงนั้นมีลักษณะเป็น ลูกเต๋าสี่เหลี่ยม ซึ่งในทางวิทยศาสตร์มันก็คือ แร่ไพไรต์นั้นเอง ส่วนเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระร่วงนั้นในทางประวัติศาสตร์มีหลักฐานน้อยมากเกี่ยวกับพระร่วง แล้วยิ่งเป็นเรื่องเล่าด้วยแล้วไม่มีใครบอกได้ว่าเรื่องเล่าเป็นเรื่องจริง หรือแต่งขึ้นในสมัยก่อน

แต่ความเป็นจริงมีอยู่ว่า แร่ไพไรต์ มาจากภาษากรีกว่า “Pyr” แปลว่า ไฟ (fire) เพราะเมื่อนำไปตีกระทบกับ เหล็กกล้าจะเกิดประกายไฟสีแร่คล้ายทองมากจนทำให้ผู้พบเห็น เข้าใจผิดบ่อยๆ ซึ่งเหตุผลก็เพราะมันมีสีเหลืองออกทองจึงทำให้นักขุดทองหลายคนเข้าใจว่าเป็นแร่ทองคำ จึงเกิดการหลอกขายในยุคสมัยที่การขุดทองเป็นที่นิยมอีกด้วย จึงมีฉายาว่า ทองคนโง่ (fool gold) เป็นแร่อีกชนิดหนึ่งที่มีความสวยงามเหมาะที่จะนำมาเป็นเครื่องประดับ จึงมีราคาพอสมควรแต่ก็ไม่ได้สูงมาก

สำหรับข้อมูลจากกรมทรัพยากร นั้น แร่ไพไรต์ พบได้ในประเทศไทย นับเป็นแร่ธรรมดาไม่ได้เป็นแร่หายาก พบอยู่มากมายหลายแห่ง เช่น จ. สงขลา ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา เพชรบูรณ์ แพร่ แหล่งใหญ่ๆ คือที่ อ. ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช และที่ อ. บันนังสตาร์ จ. ยะลา

ส่วนประโยชน์ของมันนั้นส่วนใหญ่จะเอาไปทำกรดกำมะถัน เป็นสารตั้งต้นในการทำกรดชนิดอื่น และใช้ในการทำสีย้อม ยารักษาเนื้อไม้และยาฆ่าเชื่อโรค

นอกจากนี้แล้วยังมีความเชื่อที่ต่อยอดจากจากข้าวตอกพระร่วงที่เป็นเรื่องเล่าอีกหลายเรื่อง ในสมัย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระเกจิชื่อดัง เคยแจกแร่พระร่วงนี้เมื่อปี 2518 พร้อมระบุว่า แร่นี้มีคุณสมบัติเท่าที่ทราบจากพระธุดงค์ที่เคยประสบมา คือ

  1. เมื่อจะใช้ท่านให้อาราธนาพระร่วงแล้วอมไว้ เดินทางตลอดวันไม่กระหายน้ำ
  2. พระธุดงค์อีกคณะหนึ่งแจ้งว่า เมื่อเดินธุดงค์เพื่อนเกิดท้องร่วง ไม่มียาจึงเสี่ยงเอาแร่พระร่วงใส่กาต้มน้ำแล้วเอาน้ำให้ฉัน พระองค์ที่ป่วยหายจากอาการท้องร่วงทันที
  3. เมื่อปี 2516 พระปลัดฉ่อง แห่งอำเภอสรรค์บุรี จังหวัดชัยนาท ได้ทำเป็นแหวนแจก หนึ่งในผู้ที่รับไปถูกโจรปล้นควายยิงด้วยปืนพกและลูกซอง ปรากฏว่าไม่มีแผล โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีพระอะไรอื่น นอกจากแร่พระร่วงเท่านั้น

ซึ่งความเชื่อก็คือความเชื่อ ผมว่าการใส่น้ำต้มแล้วดื่มกินนั้นเป็นอะไรที่อันตราย ถึงแม้ว่ามันจะสามารถทำเป็นกรดกำมะถัน อาจดวงดีแก้ท้องเสียได้ แต่ผลต่อร่างกายจริงๆอาจจะมีอะไรที่เราไม่รู้ก็ได้ แต่ด้วยความเชื่อเรื่องเล่าต่างๆทำให้ เจ้าแร่ไพไรต์ เข้าสู่วงการเครื่องประดับได้มูลค่ามากกว่าวงการอุตสหกรรม เพราะนอกจากจะสีเหลืองคล้ายทองแล้วยังเชื่อว่าจะทำให้รุ่งเรื่องทั้งหน้าทีการงานและค้าขายอีกด้วย ซึ่งใครจะหาซื้อมาประดับสวยงาม บวกกับความเชื่อเรื่องโชคแล้วผมคิดว่าไม่เสียหาย ซึ่งจากข่าวที่ชาวบ้านพบแร่ชนิดนี้ก็ดีใจด้วยถ้าหากทีพ่อค้ารับซื้อไปทำเครื่องประดับให้ราคาสูง

ขอขอบคุณ

hilight.kapook.com

www.dmr.go.th

https://www.thaipost.net/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *